ถ้าพูดถึงผู้หญิงกับโรคภัยคงมีเรื่องราวเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมที่หลายคนกังวลและอาจเข้าข่ายเสี่ยงไม่รู้ตัว ที่ผ่านมาผู้หญิงไทยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นและรักษาโดยการผ่าตัดเต้านมออก ทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิตหลังผ่าตัด

จากสถิติการแพทย์พบหญิงไทยมีอัตราเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นทุกปี พบตั้งแต่อายุปลายๆ 20 – 80 ปี แต่พบมากช่วงอายุ 35 – 50 ปี มะเร็งเต้านมเป็นเรื่องที่ผู้หญิงเป็นกังวลมาก เนื่องจากยังติดภาพที่มองเต้านม คือ สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นผู้หญิง หากตัดทิ้งย่อมส่งผลต่อความมั่นใจ แต่ด้วยวิธีทางการแพทย์ใหม่ คนไข้อาจไม่ต้องตัดเหมือนแต่ก่อน เช่นเดียวกับคนที่มีหน้าอกใหญ่สามารถผ่าตัดให้เล็กลงในคราวเดียวกันได้ ด้วยการผ่าตัดสงวนเต้าที่เรียกว่า ออนโคพลาสติค (Oncoplastic Breast Surgery)

อย่างคนไข้หญิงรายแรก วัย 40 ปี เป็นมะเร็งเต้านมข้างซ้าย เธอเลือกผ่าตัดแบบสงวนเต้า และเนื่องจากเธอมีปัญหาเต้านมขนาดใหญ่ทำให้ปวดหลังและไหล่ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์เลยวางแผนผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งออกโดยไม่ตัดเต้านม และยังตัดลดขนาดหน้าอกไปในคราวเดียวกันเพื่อไม่ให้คนไข้เจ็บหลายครั้ง ผลคือผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ โดยไม่ต้องกังวลกับอาการปวดที่เกิดจากหน้าอกขนาดใหญ่ผิดปกติ ถือเป็นการเจ็บเพียงครั้งเดียวแต่ได้ประโยชน์ถึงสองต่อ เหมาะกับผู้หญิงที่มีภาวะเสี่ยงทั้งสองกรณี

แต่มีผู้ป่วยอีกประเภทไม่สามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้าได้ เนื่องจากมีข้อห้ามทางการแพทย์บางประการ เช่น ผู้ป่วยหญิงวัย 30 ปี เป็นมะเร็งหลายก้อนในเต้านมขวาจำต้องตัดเต้านมออกทั้งหมดเพื่อป้องกันการลุกลาม ด้วยผู้ป่วยคาดหวังจะมีหน้าอกเหมือนเดิมเพราะรับไม่ได้กับการไม่มีหน้าอกเหมือนผู้หญิงปกติ

ศัลยแพทย์ด้านเต้านม จึงแนะนำให้ผู้ป่วยรับการผ่าตัดด้วยวิธีเสริมเต้านมใหม่ โดยทำการผ่าตัดกันไปในคราวเดียวกัน ผลการรักษาผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจได้อย่างปกติ ถือเป็นอีกทางเลือกในการผ่าตัดแบบเจ็บครั้งเดียว

ขั้นตอนการผ่าตัดเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งคุณหมอคำนึงถึงแนวทางการผ่าตัดสมัยใหม่ ไม่เน้นทำลายเต้านมเหมือนแบบเก่า แต่มุ่งกำจัดเฉพาะก้อนเนื้อมะเร็งร้ายให้หายขาด เพื่อคงสภาพเต้านมเดิมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบออนโคพลาสติค หรือการเสริมเต้านมขึ้นมาใหม่

มะเร็งเต้านมถือเป็นภัยเงียบเพราะอาการเริ่มแรกไม่มีอาการเจ็บ อาจพบความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณเต้านมเช่น มีก้อนที่เต้านม, มีการเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่างของเต้า, มีรอยบุ๋ม ย่น หดตัว หรือมีสะเก็ด, หัวนมคันหรือแดงผิดปกติ, มีเลือดหรือน้ำออกมาจากหัวนม, เจ็บเต้านม, มีการบวมของรักแร้

แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ในปัจจุบัน คุณผู้หญิงไม่ต้องกลัวการผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องเจ็บหลายครั้งอีกต่อไป เพราะการผ่าตัดเพียงครั้งเดียวด้วยความร่วมมือของแพทย์เฉพาะทางด้านต่างๆ ทำให้ผู้ป่วยกลับมาเหมือนเดิมได้มากที่สุด

แต่สำหรับการดูแลป้องกันที่ดีที่สุดคือ ตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน และรีบมาพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ ที่สำคัญผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ควรมาตรวจแมมโมแกรมกับแพทย์เฉพาะทางปีละครั้ง เพื่อให้ผู้หญิงไทยปลอดภัยจากมะเร็งเต้านม

นพ.หะสัน มูหาหมัด 

ศัลยแพทย์ด้านโรคมะเร็งเต้านม

คลินิกรักษ์เต้านม โรงพยาบาลพญาไท 1