หลายท่านที่เคยตรวจเช็คมะเร็งเต้านม ตามโรงพยาบาลต่างๆ คงสังเกตุพบข้อความในกระดาษรายงานผลการตรวจเช็คมะเร็งเต้านม ในส่วนที่สรุปผล โดยผลการตรวจจะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆ ที่มีตัวเลขกำกับอยู่ ( Category)  เช่น ผลเป็น Cat. 1, 2, 3, 4, 5 เป็นต้น

สืบเนื่องแรกเริ่มเดิมที ที่มีการเริ่มนิยมทำแมมโมแกรมกันอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ในราว ทศวรรษ 1980 การรายงานผลในยุคนั้นยังไม่มีกฎเกณฑ์อะไร  ทำให้เกิดปัญหาในด้านการแปลผลแมมโมแกรมกันอย่างมาก คือแมมโมแกรมที่ทำจากโรงพยาบาลต่างๆ จะรายงานผลไม่แน่นอน ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน    จึงทำให้เกิดความสับสนว่าตกลง ตรวจพบความผิดปกติ อะไร และต้องจัดการอย่างไรต่อจึงจะเหมาะสม

ต่อมาสามาคมรังสีแพทย์แห่งอเมริกา ได้กำหนด วิธีอ่านผลแมมโมแกรมขึ้นมา โดยกำหนด รูปแบบของสิ่งตรวจพบแต่ละอย่าง ว่าเป็นสิ่งปกติ หรือผิดปกติอย่างไร สมควรต้องทำอย่างไร ต่อไป เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันทั่วโลก โดยกำหนดคำเรียกผลการรายงานแมมโมแกรมขึ้น ว่า BIRADS (Breast Imaging Recording And Data System) เป็นการบอกผลการตรวจจากปกติไปจนถึงผิดปกติ

ต่อไปนี้เรามาทำความเข้าใจในรายละเอียดกันเลย จะได้เข้าใจมากขึ้นและไม่ต้องเป็นกังวลกันต่อไป

BIRADS  1    หมายถึง  ตรวจไม่พบอะไร นอกจากโครงสร้างปกติของเต้านม

BIRADS  2     หมายถึง ตรวจพบสิ่งที่มีได้ตามปกติธรรมชาติ  ในเต้านมมนุษย์ เช่น หินปูนธรรมดา  ซีสต์ (ถุงน้ำในเต้านม) หรือก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง

BIRADS  3     หมายถึง ตรวจพบสิ่งที่คาดว่าน่าจะปกติ ที่พบได้ในเต้านมมนุษย์ แต่ควรมีการตรวจซ้ำเพื่อติดตามสักระยะ (ประมาณ 2 ปี) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตรายจริงๆ

BIRADS  4   หมายถึง  ตรวจพบสิ่งที่สงสัยว่าผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้

BIRADS  5   หมายถึง   ตรวจพบมะเร็ง

ข้อแนะนำ

BIRADS 1-2     ถือว่าผลปกติดี  ให้ตรวจเช็คตามปกติ คือ ปีละครั้ง

BIRADS  3       ผลคาดว่าน่าจะปกติ แต่ให้ตรวจซ้ำใน 6 เดือนข้างหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่อันตรายจริงๆ

BIRADS  4-5     ให้เอาเนื้อเยื่อจากจุดที่พบ ไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่

นพ. หะสัน มูหาหมัด